วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567

หนอนหัวดำมะพร้าว ศัตรูตัวร้ายที่คุกคามสวนมะพร้าวของเรา



หนอนหัวดำมะพร้าว ศัตรูตัวร้ายที่คุกคามสวนมะพร้าวของเรา

สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ "หนอนหัวดำมะพร้าว" ศัตรูตัวร้ายที่คุกคามสวนมะพร้าวของเรา

ลักษณะและพฤติกรรมของหนอนหัวดำมะพร้าว

หนอนหัวดำมะพร้าวเป็นหนอนผีเสื้อที่เข้าทำลายใบมะพร้าว โดยตัวหนอนจะแทะกินผิวใบบริเวณใช้ทางใบ จากนั้นจะถักใยนำมูลที่ถ่ายออกมาผสมกับเส้นใยที่สร้างขึ้น มาสร้างเป็นอุโมงค์คลุมลำตัวยาวตามทางใบบริเวณใต้ทางใบ ตัวหนอนจะอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์ที่สร้างขึ้นและแทะกินผิวใบ

โดยทั่วไป หนอนหัวดำชอบทำลายใบแก่ หากการทำลายรุนแรงจะทำลายก้านทางใบ จั่น และผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำลงทำลายทางใบหลายๆทาง จะพบว่า หนอนหัวดำมะพร้าวจะถักใยดึงใบมะพร้าวมาเรียงติดกันเป็นแพ เมื่อตัวหนอนโตเต็มที่แล้วจะถักใยหุ้มล่าตัวอีกครั้ง และเข้าดักแด้อยู่ภายในอุโมงค์ ดักแด้มีสีน้ำตาลเข้ม ดักแด้เพศผู้จะมีขนาดเล็กกว่าดักแด้เพศเมียเล็กน้อย ผีเสื้อที่ผสมพันธุ์แล้วจะวางไข่บนเส้นใยที่สร้างเป็นอุโมงค์ หรือซากใบที่ถูกทำลายแล้ว ตัวหนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 1-2 วัน ก่อนจะย้ายไปกัดกินใบมะพร้าว จึงมักจะพบหนอนหัวด่ามะพร้าวหลายขนาดกัดกินอยู่ในใบมะพร้าวใบเดียวกัน ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวลงทำลายจะมีใบแห้ง และมีสีน้ำตาล ผลผลิตลดลง หากการทำลายรุนแรงอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้

การป้องกันและกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว

1. การป้องกัน

  • ตรวจสวนสวนมะพร้าวอย่างสม่ำเสมอ หากพบหนอนหัวดำให้เก็บใบที่มีหนอนมาเผาหรือฝังทำลาย
  • รักษาความสะอาดในสวนมะพร้าว กำจัดวัชพืชและเศษซากใบไม้ที่อาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของหนอน
  • ใช้กับดักแสงไฟเพื่อดักจับผีเสื้อตัวเต็มวัย

2. การกำจัด

  • การใช้ชีวภัณฑ์ พ่นด้วยชีวภัณฑ์บีที ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ใช้ในการควบคุมหนอนผีเสื้อศัตรูพืช อัตรา 80-100 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นละ 3-5 ลิตรให้ทั่วทรงพุ่ม ขึ้นกับขนาดทรงพุ่มและเครื่องพ่น ให้พ่น 3 ครั้งติดต่อกัน ห่างกันครั้งละ 7-10 วัน
  • การใช้แตนเบียน ปล่อยแตนเบียนโกนิโอซัส นีแฟนติดีส อัตรา 50 - 100 ตัวต่อไร่ ปล่อย 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 เดือน
  • การใช้สารเคมี ฉีดเข้าลำต้น เป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่พบหนอนหัวดำระบาดรุนแรง ห้ามใช้กับมะพร้าวที่มีลำต้นสูงน้อยกว่า 12 เมตร และไม่ให้ใช้ในมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิ

แหล่งข้อมูล

หมายเหตุ

  • ข้อมูลในโพสต์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เกษตรกรควร

แหล่งที่มาinfo

  1. www.kasetkaoklai.com/home/2016/04/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2-4%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/
  2. www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=9883&s=tblplant
  3. th.ihoctot.com/post/todays-palm-prices-are-happy
  4. hort.ezathai.org/?p=4070

หนอนปลอกเล็ก ศัตรูร้ายของสวนปาล์มน้ำมัน

 



หนอนปลอกเล็ก ศัตรูร้ายของสวนปาล์มน้ำมัน

สวัสดีครับ ‍ วันนี้ผมจะมาพูดถึงปัญหาใหญ่ของเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน นั่นก็คือ "หนอนปลอกเล็ก" ตัวร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันอย่างมาก

ลักษณะของหนอนปลอกเล็ก

  • ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน
  • ตัวหนอนมีสีน้ำตาล 🟤
  • หัวหนอนมีสีดำ
  • หนอนจะสร้างปลอกห่อหุ้มตัวเองไว้

อาการของสวนปาล์มน้ำมันที่ถูกหนอนปลอกเล็กทำลาย

  • ใบปาล์มน้ำมันแห้งเป็นสีน้ำตาล
  • ใบปาล์มน้ำมันมีรู ️
  • ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต
  • ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง

วิธีป้องกันและกำจัดหนอนปลอกเล็ก

  • หมั่นสำรวจสวนปาล์มน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ
  • ตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่พบการทำลาย นำไปเผา
  • พ่นด้วยเชื้อบีที (Bacillus thuringiensis) ผสมสารจับใบ
  • พ่นด้วยสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง

ตัวอย่างสารเคมีที่ใช้กำจัดหนอนปลอกเล็ก

  • ฟลูเบนไดเอไมด์ 20% WG
  • คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC
  • ลูเฟนนูรอน 5% EC (สารกลุ่ม 15)

แหล่งข้อมูล

ถ้าเพื่อนๆ มีปัญหาเรื่องหนอนปลอกเล็ก สามารถติดต่อผมได้นะครับ ยินดีให้คำปรึกษาครับ

#ปาล์มน้ำมัน #หนอนปลอกเล็ก #เกษตร #เกษตรกร #เกษตรอินทรีย์ #เกษตรพอเพียง #Thailand #ThaiFarmer #ThaiAgricultur

"หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน" ศัตรูตัวร้ายของเหล่าทุเรียน



"หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน" ศัตรูตัวร้ายของเหล่าทุเรียน

สวัสดีครับ ‍ วันนี้ผมจะมาพูดถึงปัญหาใหญ่ของเหล่าทุเรียน lover นั่นก็คือ "หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน"

เจ้าหนอนตัวนี้เป็นแมลงศัตรูตัวสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับทุเรียนอย่างมาก โดยมันจะเจาะเข้าไปในผลทุเรียนและกัดกินเมล็ด ส่งผลให้เนื้อทุเรียนเละเสียหาย

ลักษณะของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน

  • ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน
  • ตัวหนอนมีสีขาว
  • หัวหนอนมีสีน้ำตาล 🟤
  • ขาหนอนมี 6 ขา

อาการของทุเรียนที่ถูกหนอนเจาะเมล็ด

  • ผลทุเรียนมีรูเล็กๆ ️
  • เนื้อทุเรียนเละเสียหาย
  • มีมูลของหนอนปนเปื้อนอยู่

วิธีป้องกันและกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน

  • ห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติกขาวขุ่น ️ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยมาวางไข่
  • ใช้กับดักแสงไฟ เพื่อล่อตัวเต็มวัยมาทำลาย
  • ฉีดพ่นสารเคมี เมื่อพบตัวเต็มวัยเริ่มระบาด

แหล่งข้อมูล

ถ้าเพื่อนๆ มีปัญหาเรื่องหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน สามารถติดต่อผมได้นะครับ ยินดีให้คำปรึกษาครับ

#ทุเรียน #หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน #เกษตร #เกษตรกร #เกษตรอินทรีย์ #เกษตรพอเพียง #Thailand #ThaiFarmer #ThaiAgricultur

ด้วงงวงมะพร้าว: ศัตรูตัวร้ายที่คุกคามสวนมะพร้าวของคุณ

 


ด้วงงวงมะพร้าว: ศัตรูตัวร้ายที่คุกคามสวนมะพร้าวของคุณ

สวัสดีครับ เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมาแจ้งเตือนเกี่ยวกับ "ด้วงงวงมะพร้าว" ศัตรูพืชร้ายแรงที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับสวนมะพร้าวในหลายพื้นที่

ลักษณะของด้วงงวงมะพร้าว

  • ตัวเต็มวัยเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็กกว่าด้วงแรด
  • ลำตัวสีน้ำตาลแดง
  • ส่วนหัวมีงวงยื่นออกมา
  • เพศเมียจะมีงวงยาวกว่าเพศผู้

วงจรชีวิตของด้วงงวงมะพร้าว

  1. ตัวเต็มวัยของด้วงงวงจะเข้าวางไข่ที่รอยแผลบริเวณยอด รอยแตกของโดนทางใบ โดนล่าต้น หรือรอยแผลที่เกิดจากการตัดทางใบ เป็นต้น
  2. ไข่จะฟักออกเป็นหนอนกัดกินอยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนจนเข้าดักแด้
  3. เมื่อหนอนโตเต็มที่ ดักแด้จะกลายเป็นตัวเต็มวัย และเริ่มวงจรชีวิตใหม่

อาการของต้นมะพร้าวที่ถูกด้วงงวงมะพร้าวทำลาย

  • ยอดอ่อนเหี่ยวแห้ง ใบเหลืองสอดหักพับ
  • ต้นมะพร้าวอาจตายในที่สุด

วิธีป้องกันและกำจัดด้วงงวงมะพร้าว

  • ป้องกันและกำจัดด้วงแรดมะพร้าวอย่าให้ระบาดในสวนมะพร้าว เพราะรอยแผลที่ด้วงแรดมะพร้าวเจาะไว้จะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าววางไข่
  • ใช้น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่ใช้แล้ว หรือชัน ผสมกับน้ำมันยาง เพื่อป้องกันการวางไข่
  • ใช้สารฆ่าแมลงฉีดเข้าไปในลำต้นมะพร้าว (trunk injection) เช่นเดียวกับวิธีป้องกันกำจัดหนอนหัวดำามะพร้าว

แหล่งข้อมูล

ฝากถึงเกษตรกรทุกท่าน

  • หมั่นสังเกตอาการของด้วงงวง

แหล่งที่มาinfo

  1. www.voice-tv.online/11135
  2. cbethailand.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3-2/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-1/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/

โรคเหี่ยวในสับปะรด: ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผลผลิตของคุณเสียหาย

               

โรคเหี่ยวในสับปะรด: ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผลผลิตของคุณเสียหาย

สวัสดีครับ เกษตรกรสับปะรดทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมาแจ้งเตือนเกี่ยวกับ "โรคเหี่ยวในสับปะรด" โรคระบาดร้ายแรงที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับสวนสับปะรดในหลายพื้นที่

อาการของโรคเหี่ยว

  • เริ่มต้นที่ ระบบราก โดยรากจะหยุดการเจริญเติบโต เซลล์รากตาย และเนื้อเยื่อส่วนรากเน่า
  • ใบสับปะรดจะ อ่อนนิ่ม มีสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน
  • ปลายใบแห้งเป็นสีน้ำตาลจนถึงสีแดง ใบลู่ลง แผ่แบน
  • ต้นเหี่ยวเฉา รากสั้นกุด ถอนง่าย
  • ผลสับปะรดมีขนาดเล็ก

สาเหตุของโรค

  • เกิดจาก ไวรัส ที่มี เพลี้ยแป้ง เป็นพาหะ
  • มด เป็นตัวการแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปยังต้นสับปะรดอื่นๆ

วิธีป้องกัน ️

  • เตรียมแปลงปลูก ให้ดี ไถพรวนดิน กำจัดวัชพืช หว่านปูนขาว ปรับปรุงดิน และให้ปุ๋ยรองพื้น
  • สลับการปลูก สับปะรดกับมันสำปะหลัง
  • กำจัดวัชพืชข้างเคียง
  • ทำความสะอาด อุปกรณ์ เครื่องมือ รถแทรกเตอร์ ฯลฯ
  • คัดเลือก จุกหน่อพันธุ์จากแปลงที่ไม่มีโรค
  • ชุบหน่อพันธุ์ ก่อนปลูกด้วยไดอะซินอน
  • ใช้สารเคมี ไดอะซินอน ฉีดบริเวณจุดที่พบโรค
  • ใช้สารเคมีกำจัดมด เช่น เซฟวัน 85
  • ไม่ควรถอนต้น ที่เป็นโรค ควรตัดใบที่เป็นโรคนำไปเผา
  • ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ ผสมแคลเซียมโบรอน

แหล่งข้อมูล

ฝากถึงเกษตรกรทุกท่าน

  • หมั่นสังเกตอาการของโรคในสวนสับปะรดของท่านอยู่เสมอ
  • เมื่อพบต้นที่疑似เป็นโรค ให้รีบดำเนินการตามวิธีป้องกันและกำจัดที่แนะนำ
  • ปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรใกล้บ้านท่านหากมีข้อสงสัย


เตือนภัย! หนอนแมลงนูนหลวง บุกทำลายต้นอ้อย


เตือนภัย! หนอนแมลงนูนหลวง บุกทำลายต้นอ้อย

สวัสดีครับ

วันนี้ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับศัตรูตัวร้ายของเกษตรกรชาวไร่อ้อย นั่นก็คือ "หนอนแมลงนูนหลวง" แมลงตัวนุ่มสีขาวตัวใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับต้นอ้อยของเราได้อย่างมาก

หนอนแมลงนูนหลวง เป็นแมลงในวงศ์ด้วงก้นกระดูก ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวประมาณ 2-3 เซนติเมตร สีน้ำตาล วางไข่เป็นกลุ่มใต้ใบอ้อย ตัวอ่อนมีสีขาว กัดกินรากอ้อยเป็นอาหาร

หนอนแมลงนูนหลวง ทำลายต้นอ้อยทั้งทางตรงและทางอ้อม

  • โดยการกัดกินรากอ้อย ทําให้ต้นอ้อยตายทั้งกอ ใบอ้อยมีสีเหลือง ต่อมาใบอ้อยจะแห้งตายมากผิดปกติ ในที่สุดอ้อยจะแห้งตายทั้งกอ กออ้อยที่ถูกหนอนเข้าทําลายสามารถถอนทั้งกอออกจากพื้นดินได้ง่าย เนื่องจากรากอ้อยถูกทําลายหมด

วิธีการป้องกัน/กำจัดหนอนแมลงนูนหลวง

  1. สํารวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  2. ไถพรวนดินหลายๆ ครั้ง เพื่อทําลายหนอนแมลงนูนหลวงและดักแด้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม (ก่อนปลูกอ้อย)

รวมถึงจับแมลงนูนหลวง (ตัวเต็มวัย) ก่อนการวางไข่ในช่วงเย็นเวลา 18.30-19.00 น. บริเวณต้นไม้ใหญ่ซึ่งแมลงจะจับเป็นคู่เกาะเพื่อผสมพันธุ์ หรือในช่วงเช้าโดยสังเกตขุยดินบริเวณรอบๆโดนต้นหรือห่างจากทรงพุ่มต้น 1-5 เมตร

หากพบให้ทําการขุดจับ และจับต่อเนื่องกันประมาณ 15-20 วัน ควรทําต่อเนื่อง 2-3 ปี

  1. ไร่อ้อยที่ถูกแมลงนูนหลวงเข้าทําลายมาก และคาดว่าจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ หรือไม่คุ้มค่าควรรีบไถพรวนหลายๆ ครั้ง เพื่อทําลายตัวหนอนที่เข้าดักแด้ในดินลึกในเดือนธันวาคม

นอกจากนี้เกษตรกรที่ปลูกอ้อยตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคม ควรพรวนดินหลายๆ ครั้งเพื่อทําลายไข่และตัวหนอนในดินก่อนการปลูกอ้อย

  1. การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (Beauveria) ช่วยทําลายหนอนและดักแด้ในดิน โดยต้องมีความชื้นในดินสูง หรือใช้ในฤดูฝน เพื่อให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี
  2. หากจําเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลงแนะน่า ดังนี้
  • ฟิโปรนิล 5% เอสซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อนํ้า 20 ลิตร พ่นตามร่องอ้อย
  1. “ปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อตัดวงจรการเจริญเติบโตของแมลงนูนหลวง"

แหล่งข้อมูล

อย่าลืมดูแลแปลงปลูกอ้อยของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและกำจัดหนอนแมลงนูนหลวง รักษาผลผลิตให้สมบูรณ์

ปล. แชร์โพสต์นี้เพื่อเป็นความรู้แก่เพื่อนๆ เกษตรกรด้วยนะครับ

แหล่งที่มาinfo

  1. www.ejan.co/ejan-luntung/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD
  2. www.mitrpholmodernfarm.com/news/2019/12/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5

เตือนภัย! เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล บุกทำลายต้นข้าว



เตือนภัย! เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล บุกทำลายต้นข้าว

สวัสดีครับ ‍

วันนี้ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับศัตรูตัวร้ายของเกษตรกรชาวนา นั่นก็คือ "เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล" แมลงตัวเล็กจิ๋วสีน้ำตาลที่สร้างความเสียหายให้กับต้นข้าวของเราได้อย่างมาก

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นแมลงปากดูด ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนด่า เพศเมียวางไข่ประมาณ 100 ฟอง (เน้นการเคลื่อนที่ไปแปลงใหม่) และชนิดปีกสั้นวางไข่ประมาณ 300 ฟอง (เน้นการลงทำลายในพื้นที่) ส่วนใหญ่วางไข่ที่กาบใบข้าว หรือเส้นกลางใบ เรียงแถวตามแนวตั้งฉากกับทาบใบข้าว

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำลายต้นข้าวทั้งทางตรงและทางอ้อม

  • โดยการดูดกินน้ำเลี้ยง ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย บริเวณโดนต้นข้าวระดับเหนือผิวนํ้า ต้นข้าวแสดงอาการใบเหลืองแห้งลักษณะคล้ายถูกนํ้าร้อนลวก แห้งตายเป็นหย่อมๆ เรียก "อาการไหม้" (hopperburn) โดยทั่วไปพบอาการไหม้ในระยะข้าวแตกกอถึงระยะออกรวง
  • เพลียกระโดดสีน้ำตาล ยังเป็น พาหะน่าเชื้อไวรัส โรคใบหงิก (rice raggedstunt) เมาสู่ดินข้าวทําให้ต้นข้าวมีอาการแคระแกร็นต้นเตี้ยใบสีเขียวแคบและสั้นใบแก่ข้ากว่าปรกติ ปลายใบบิดเป็นเกลียว

วิธีการป้องกัน/กำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

  1. ใช้พันธุ์ต้านทาน และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูปลูก
  2. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ
  3. กำจัดวัชพืชรอบๆแปลง เนื่องจากเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ย
  4. ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย อัตรา 1 กก. (เชื้อสด) ต่อน้ำ 20 ลิตร
  5. การใช้สารเคมี ☠️ ในการป้องกันกำจัด #เมื่อพบจํานวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากกว่า 10 ตัวต่อกอ

ปัจจุบันสารที่มีประสิทธิภาพสูง ☠️ ได้แก่ สารไพมีโทรซีน (กลุ่ม 9B) และสารฟลอมิดามิด (กลุ่ม29) รองลงมาได้แก่สารบูโพรเฟชิน (กลุ่ม16), สารอิทิโพล (กลุ่ม2) สารในกลุ่ม 4 เช่น ไดโนทีฟูแรน อิมิดาคลอพริด ไทอะมีโทแซม และสารในกลุ่ม 1 เช่น ไอโซโพคาร์บ ฟีโนบูคาร์บ เป็นต้น

แหล่งข้อมูล

อย่าลืมดูแลแปลงปลูกข้าวของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล รักษาผลผลิตให้สมบูรณ์

ปล. แชร์โพสต์นี้เพื่อเป็นความรู้แก่เพื่อนๆ เกษตรกรด้วยนะครับ

 

ภัยคุกคามจากเพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว

 


ภัยคุกคามจากเพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับศัตรูตัวร้ายของถั่วฝักยาวมาฝากกันครับ นั่นก็คือ "เพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว" ตัวจิ๋วสีเขียวเหลืองที่สร้างความเสียหายให้กับพืชผลของเราได้อย่างมาก

เพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว เป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก มักพบเกาะอยู่ตามยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และฝักถั่ว ดอก ฝัก pod ของพวกมันจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้ใบอ่อนหงิกงอ ดอกร่วง ฝักไม่ติด

หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม เพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาวจะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และทำลายพืชผลของเราจนเสียหาย

วิธีการป้องกันและกำจัดเพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว

  1. หมั่นตรวจสอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ มองหาเพลี้ยอ่อนบนใบอ่อน ยอดอ่อน ช่อดอก และฝักถั่ว
  2. ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย ฉีดพ่นในตอนเย็นที่มีแสงแดดอ่อน ๆ เชื้อราชนิดนี้จะเข้าทำลายตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น ด้วงเต่าตัวน้ำ ปล่อยให้พวกมันช่วยกำจัดเพลี้ยอ่อนในแปลงของเรา
  4. ใช้สารเคมี กรณีการระบาดรุนแรง จำเป็นต้องใช้สารเคมีฆ่าแมลง ☠️ แต่ควรเลือกใช้สารเคมีที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

แหล่งข้อมูล

อย่าลืมดูแลแปลงปลูกถั่วฝักยาวของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว รักษาผลผลิตให้สมบูรณ์

ปล. แชร์โพสต์นี้เพื่อเป็นความรู้แก่เพื่อนๆ เกษตรกรด้วยนะครับ

Esri map ทำแผนที่แล้วแชร์ให้เพื่อน ๆ ทำยังไง ไปดู!!!

Esri map ทำแผนที่แล้วแชร์ให้เพื่อน ๆ ทำยังไง ไปดู!!!            สวัสดีครับ ผมขอเล่าเรื่องราวที่ได้ไปลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อนให้ฟังหน่อยนะคร...